เที่ยวยิบรอลตาร์ ดินแดนเล็กๆ ที่ไม่ธรรมดา

no image avaiable

เที่ยวยิบรอลตาร์ ดินแดนเล็กๆ ที่ไม่ธรรมดา มีพื้นที่เพียง 6.5 ตารางกิโลเมตร ประชากรประมาณ 33,000 คน ตั้งอยู่ใต้สุดของคาบสมุทรไอบีเรีย ประตูสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่เชื่อมต่อไปสู่ยุโรปและแอฟริกา แหล่งศูนย์กลางท่าเรือขนส่งสินค้าทางทะเล และเรือสำราญที่คับคั่งไปด้วยนักท่องเที่ยว ซึ่งไฮไลท์ของเมืองนี้ คือโขดหินยิบรอลตาร์ (Rock of Gibraltar) หนึ่งในเส้นท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาที่สำคัญของโลก และสนามบินริมทะเลที่สุดแปลกพิสดาร ตรงที่ใช้รันเวย์เป็นถนนร่วมกับรถยนต์ได้อย่างปลอดภัย

เที่ยวประภาคารยูโรปาพ้อยท์ (Europa Point)
ประภาคารขนาดใหญ่สีขาวสลับกับสีแดง มองเห็นมาแต่ไกลเลยจ้า ตั้งอยู่ปลายแหลมที่ยื่นออกไปในทะเลของคาบสมุทรยิบรอลตาร์ เหนือระดับน้ำทะเล 49 เมตร สร้างขึ้นในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 19 ส่องแสงนำทางเรือเดินทะเล และติดตั้งปืนใหญ่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อดูแลความปลอดภัย ต่อในปี ค.ศ. 2013 ได้สร้างอนุสาวรีย์รำลึกถึงอดีตนายกรัฐมนตรีแห่งโปแลนด์ พันธมิตรแห่งอังกฤษ ได้เสียชีวิตเหนือน่านฟ้ายิบรอลตาร์

ที่ปลายประภาคารเราสามารถยืนชมวิวทะเลรับลมเย็นๆ ได้สบาย และถ้าโชคดีหน่อยจะได้เจอ เจ้าปลาโลมาแวะมาทักทายอวดความน่ารักให้ได้ยิ้มกัน ^3^ บริเวณใกล้เคียงกันนั้นมีมัสยิด Ibrahim-al-Ibrahim Mosque สีขาวสูงโดดเด่นตั้งอยู่ริมทะเล นอกจากนี้ยังมีโบสถ์ Shrine of Our Lady of Europe รูปทรงสี่เหลี่ยมสูง ภายในมีรูปปั้นพระแม่มารีนั่งบนบัลลังก์กำลังอุ้มเด็ก แกะสลักด้วยไม้ลงรักสีแดง น้ำเงิน และสีทอง ซึ่งเปรียบเสมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นขวัญกำลังใจให้บรรดาเรือเดินทะเลที่แล่นผ่านไปมาได้เคารพบูชา ขอพรให้เดินทางอย่างปลอดภัย

เที่ยวชมวานรน้อย บนยอดเขายิบรอลตาร์ (The Apes of Gibraltar)
ลิงจั๊กๆ รักจริงๆ ตามมาดูลิงไร้หางสายพันธ์บาร์บารี (Barbary macaque) เป็นหนึ่งสีสันที่พลาดไม่ได้ สำหรับการมาเยี่ยมเยือนยอดเขายิบรอลตาร์เลยน้า บนยอดเขามีลิงอาศัยอยู่บน ประมาณ 200 – 300 ตัว และเจ้าพระเอกของที่นี่ก็คือ…. ลิงตัวผู้จะกะเตงลูกน้อยไว้ที่หน้าอกตลอดเวลา ณ จุดนี้ทำให้เหล่านักวิจัยทั้งหลาย ต่างพากันงง และงงว่า เฮ้ยยย ปกติ มาม๊าต้องอุ้มหนูไม่ใช่เหรอ ปะป๊าอินเนอร์แรงแซงหน้าแม่นะลูกกก 555 และแล้วนักวิจัยก็ได้รู้ว่า ลิงตัวผู้กะเตงลูกลิงน้อยไว้เป็นตัวเชื่อม เพื่อปฏิสัมพันธ์กับลิงตัวผู้ตัวในฝูงเดียวกัน ซึ่งบางครั้งบรรดาลิงตัวผู้ ก็จะช่วยเหลือดูแลลูกลิงระหว่างกันและกันอีกด้วย แหมช่าง น่ารักจุงเบย พ่อลิงน้อย

ขอแนะนำว่าไปช่วงเดือนเมษายนถึงตุลาคมของทุกปี จะสะดวกและไม่เหนื่อยมาก เพราะว่ากระเช้าลอยฟ้าจะหยุดจอดที่สถานี Ape ‘s Den ระหว่างทางที่อยู่บนกระเช้าลอยฟ้า เพลิดเพลินไปกับการชมวิวแบบ 360 และเมื่อถึงสถานีก็ลงไปเดินเล่นถ่ายรูปกับเหล่าฝูงลิงได้ แต่ก็เราต้องระวังกระเป๋าหรือข้าวของกันหน่อยนะ เพราะว่าลิงบางตัวอาจจะตกใจ และทำให้เราบาดเจ็บโดยไม่ตั้งใจ หรืออาจขโมยข้าวของได้ และที่สำคัญมีกฎห้ามใครให้อาหารลิงเด็ดขาด !!! ถ้าใครฝ่าฝืนจะถูกจับปรับจนกระเป๋าตังค์แบนแฟ่บก่อนเที่ยวจบทริปได้นะจ๊ะ

เที่ยวเขตอนุรักษ์ธรรมชาติของยิบรอลตาร์และกระเช้าลอยฟ้า (The Gibraltar Nature Reserve & Cable Car)
เขตอนุรักษ์ธรรมชาติของยิบรอลตาร์ หรือที่เรียกกันว่าโขดหินยิบรอลตาร์ (Rock of Gibraltar) หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาที่สำคัญของโลก ในอดีตเคยเป็นอดีตฐานทัพของอังกฤษ จุดยุทธศาสตร์สำคัญที่มองเห็นวิวพาโนรามา 360 องศา ได้ถึง 3 ประเทศ ทั้งยิบรอลตาร์ สเปน และโมร็อกโก ที่ใครได้ขึ้นไปต้องว้าว 10 10 10 เลยทีเดียว ขอบอกว่าอากาศก็ดีสุดๆ มีทั้งป่าเขาสีเขียว และท้องทะเลสีฟ้าคราม ลิงจ๋อจอมซน เหล่าฝูงนกนางนวลที่อพยพตามฤดูกาล บริเวณช่องแคบยิบรอลตาร์ เพื่อเป็นจุดพักระหว่างบินไปที่จะบินข้ามทะเลไปสู่แอฟริกา

ตลอดเส้นทางเดินบนเขาก็มีป้ายแนะนำแหล่งท่องเที่ยว ทั้งเสาหินแห่งเฮอร์คิวลีส (Pillars of Hercules) มหานครแอตแลนตีสในตำนานกรีก และจุดสูงสุดของยอดเขาชาร์ลส์โอฮาร่า แบตเตอรี่ (O’Hara’s Battery) ซึ่งตั้งชื่อตามผู้ว่าของยิบรอลตาร์ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1890 ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ได้ติดตั้งปืนใหญ่แบบแบตเตอรี่ บรรจุกระสุนขนาด 6 นิ้ว เพื่อคอยดูแลสังเกตการณ์ ป้องกันพื้นที่ทางทะเล

การเดินสามารถขับรถขึ้นไปได้ แต่ถ้าขึ้นกระเช้าจะสะดวกรวดเร็ว และปลอดภัยมากกว่า ค่าขึ้นกระเช้าลอยฟ้าไปเขตอนุรักษ์ธรรมชาติของยิบรอลตาร์ สำหรับผู้ใหญ่ 16.00 ปอนด์ และเด็ก 7.00 ปอนด์ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09:30 น. – 19:15 น. ออกทุกๆ 10 ถึง 15 นาที ใช้เวลาแค่แป๊บเดียว 6 นาที ก็ขึ้นถึงยอดเขาที่สูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 412 เมตร ระหว่างทางขึ้นไปก็ชมวิวเมืองยิบรอลตาร์ และน้ำทะเลของทั้งสองทวีป ที่มีช่องแคบยิบรอลตาร์คั่นกลาง ขอบอกว่าคุ้มค่ากระเช้ามาก