อาหารเพื่อสุขภาพ การขับสารพิษหรือดีท็อกซ์ ด้วยสมุนไพร

no image avaiable

อาหารเพื่อสุขภาพ การขับสารพิษหรือดีท็อกซ์ ด้วยสมุนไพร ดีท็อกซ์ (Detox) คือ วิธีการล้างพิษ ออกจากร่างกายมีทั้งวิธีล้างด้วยด้วยการกิน การสวนลำไส้ และ การอดอาหาร

ใครที่รู้สึกปวดเมื่อยตัวโดยไม่มีสาเหตุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาตื่นนอนในตอนเช้า อ่อนเพลียง่าย กล้ามเนื้อไม่มีแรง ง่วงเหงาหาวนอน ไม่มีความกระตือรือร้น ปวดตามข้อต่าง ๆ ของร่างกาย คันตามร่างกาย มีสิวเต็มหน้า มีกลิ่นตัวแรงกว่าเดิม มึนศีรษะ ปวดศีรษะ ไม่สดชื่นแจ่มใส นอนไม่หลับ โดยที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ลมในท้องมาก ถ่ายไม่สะดวก บางครั้งไม่สมดุลลมหายใจ มีกลิ่นแรงมีกลิ่นปาก เป็นหวัดคัดจมูกบ่อย อ้วนขึ้น ตรวจพบไขมันในเลือดสูงทั้งๆที่ไม่ค่อยได้กินมันๆ

หากใครก็ตามที่มีปัญหาดังกล่าวนี้แต่ว่าถึงเวลาที่จะต้องขับสารพิษให้ออกจากร่างกายเพื่อให้ร่างกายสะอาดขึ้นหรือพูดง่ายๆคือ “ถึงเวลาล้างพิษ”แล้ว

พิษได้มาจาก

พิษที่ร่างกายสร้างขึ้นจากปฏิกิริยาเมตาโบลิสมในเซลล์ร่างกาย เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ที่ร่างกายต้องขับทิ้งออกทางลมหายใจ จากการสลายย่อยของโปรตีน เช่น การประกอบไนโตรเจนที่ร่างกายต้องขับออกทางไต จากปฏิกิริยาชีวเคมีร่างกายเช่น สารกลุ่มอนุมูลอิสระทั้งหลายที่เราต้องการสร้างต้านอนุมูลอิสระ เช่น เบต้าแคโรทีน วิตามินซี วิตามินอี ไปสะเทินฤทธิ์ของมัน
พิษที่ร่างกายได้รับเข้าไปจากการหายใจ การกินและการสัมผัสเช่น

– มลภาวะในอากาศได้ แก่ไอเสียของรถยนต์ ควันพิษจากโรงงาน

– สารปนเปื้อนในอาหาร ได้แก่ สีกลิ่น รสสังเคราะห์ สารกันบูด กันเชื้อรา เป็นต้น ซึ่งมักจะมาจากอาหารจากโรงงานอุตสาหกรรม ผักผลไม้ที่เปื้อนยาฆ่าแมลง สารพิษที่เกิดจากการใช้น้ำมันทอดซ้ำๆเมื่อเข้าไปสู่ร่างกายแล้วร่างกายไม่ได้ใช้จึงกลายเป็นขยะหรือบางตัวเป็นสารพิษด้วยซ้ำมันจะรบกวนการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ เป็นภาระสำหรับร่างกายในการกำจัดทิ้ง

-สารเคมีในบ้าน เช่น น้ำยาเคมีต่าง ๆ ที่ใช้ในการทำความสะอาดห้องน้ำ พื้นบ้าน พื้นครัว สารซักล้างยาฆ่าแมลง เป็นต้น ที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน

– อื่นๆ เช่น โลหะหนัก และยารักษาโรคที่คุณใช้ เป็นต้น

สาระสำคัญที่มีฤทธิ์ต้านไทรรอยด์ในผัก (cruciferous vegetables )ซึ่งมีประโยชน์มากมายกับมนุษย์ด้วยเช่นกัน ได้แก่ กะหล่ำปลี พืชตระกูลนี้เป็นที่สนใจของนักวิจัยต่าง ๆ เนื่องจากมีสารประกอบซัลเฟอร์ที่ชื่อว่า กลูโคซิโนเลทส์ (glucosinolates) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของสารไทรอยด์ ที่ว่าโดยปกติแล้วสารนี้มีไว้เพื่อป้องกันแมลงไม่ให้ทำลาย เมื่อพืชถูกทำลาย เช่น โดนตัด หั่น หรือบดขยี้ สารนี้จะไปเจอกับเอนไซม์โมโรซิเนส (Myrosinase)ซึ่งถูกเก็บไว้อีกที่กลายเป็นสารที่มีกลิ่นฉุน หรือรสเผ็ด รสขมออกมา สารที่มีกลิ่นรสฉุนนี้เอง นอกจากบางตัวมีฤทธิ์ต้านไทรอยด์แล้ว ยังพบว่าสารกลุ่มนี้มีประโยชน์ต่อร่างกาย

ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ต้านมะเร็งในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง และ ที่สำคัญคือช่วยกระตุ้นเอนไซม์ที่ตับที่ช่วยในการขับสารพิษออกจากร่างกาย

งานวิจัยหนึ่งพบว่าเมื่อคนที่สูบบุหรี่กินวอเตอร์เครส 170 กรัมต่อวัน พบว่ามีคานมีขับสารประกอบของนิโคตินออกมาทางปัสสาวะมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

เรามีวิธีกินผักอย่างไร ให้ได้ประโยชน์ การกินผักตระกูลกะหล่ำปลีเหล่านี้ดิบๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการหั่นบดก่อน หรือแม้แต่การเคี้ยวของเราเอง จะทำให้เอนไซม์ไมโรซิเนส และสารกลูโคซิโนเลทส์ ซึ่งถูกเก็บไว้คนละที่ในตัวผักออกมารวมกันจะเกิดการย่อยเป็นสารที่มีประโยชน์ที่เราต้องการขึ้นได้มากที่สุด

เพราะถ้าหากน้ำผักมาผ่านความร้อน เอนไซม์ไมโรซิเนส จะเสียสภาพและไม่สามารถออกมาย่อยให้เราได้ อย่างไรก็ตามเรายังมีตัวช่วยคือแบคทีเรียในลำไส้ที่มีประโยชน์ของเราบางชนิด มีเอนไซม์ที่คล้ายคลึงกันสามารถช่วยย่อยแทนได้เช่นกัน ซึ่งความสามารถในการย่อยของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป

สำหรับคนทั่วๆไป การกินผักตระกูลกะหล่ำปลีดิบๆ เป็นบางครั้งก็ช่วยให้ได้สารที่มีประโยชน์มากขึ้น ส่วนคนที่มีปัญหาไทรอยด์ต่ำหรือ คนที่อาจจะมีภาวะขาดไอโอดีนอยู่ เช่น คนที่จำกัดเกลือเนื่องจากไอโอดีนที่เราได้ส่วนใหญ่ตอนนี้มาจากเกลือและน้ำปลาทั่วไปที่บังคับให้เสริมไอโอดีน หรือคนไข้ที่ใช้แต่เกลือต่างประเทศแพง ๆอย่างเช่น เกลือไคเซอร์ เกลือหิมาลัย ที่มักไม่ได้เสริมไอโอดีนร่วมกับไม่ได้กินอาหารทะเลสาหร่าย ไม่กินนม ไม่กินไข่แดง ที่อาจมีภาวะขาดไอโอดีนอยู่บ้าง ก็ไม่ควรกินผักเหล่านี้ดิบ ๆ ปริมาณมากๆ

สำหรับคนที่มีสารพิษคั่งค้างอยู่มาก ๆ ก็อาจจะมีกลิ่นตัวแรงกว่าเดิม เพราะสารพิษโดยเฉพาะยูเรีย จะออกมาทางผิวหนังมากกว่าเดิม โดยใช้สมุนไพรขับเหงื่อที่หาได้ง่าย ๆ ได้แก่

-หอมแดงให้เอาหอมแดงมา 7-10 หัว บุบให้พอแตก ต้มในน้ำ 1 ถ้วยใหญ่ๆต้มให้เดือด หลังจากนั้นเคี่ยวต่อสัก 5 นาที ดื่มขณะน้ำกำลังอุ่นจัด ๆ ให้หมด วิธีนี้จะทำให้เหงื่อออก

-รากหญ้าคา เอารากหญ้าคามา 1 กำมือ ต้มในน้ำ 1 ถ้วยใหญ่ๆดื่มในขณะน้ำกำลังอุ่นจัด ๆ เช่นเดียวกัน